เมื่อแสงไฟในงาน Wireless Vietnam 2026 เริ่มดับลง สิ่งที่ยังคงติดอยู่ในใจของผู้เข้าชมและเหล่าผู้เชี่ยวชาญ ไม่ใช่แค่เสียงปรบมือให้กับอุปกรณ์ตัวใหม่ แต่คือการที่งานนี้ถูกมองว่าเป็นก้าวสำคัญในการตอบโต้กระแสเศรษฐกิจโลกที่กำลังเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง นี่ไม่ใช่แค่การเปิดตัวสินค้าธรรมดา แต่เป็นหมุดหมายที่บอกว่าธุรกิจเวียดนามกำลังจะเลิกเป็นแค่โรงงานรับจ้างผลิต และก้าวเข้าสู่ยุคที่สร้างเทคโนโลยีของตัวเองอย่างเต็มตัว
ช่วงเวลาตัดสินใจและโอกาสทองใน 5 ปีข้างหน้า
คุณก๊วก คั้น (COO ของ Nextwaves) เริ่มต้นด้วยการฉายภาพเศรษฐกิจโลกที่มีความผันผวนทางการเมืองอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน เรากำลังเจอโอกาสที่หาได้ยาก เมื่อห่วงโซ่อุปทานโลกเกิดการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ตามกลยุทธ์ China + 1 บริษัทข้ามชาติต่างต้องการหาฐานการผลิตใหม่ที่ปลอดภัยและยั่งยืนกว่าเดิม ซึ่งเวียดนามก็ได้กลายเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ทั่วโลกกำลังจับตามอง
นอกจากการย้ายฐานผลิตแล้ว ยังมีกระแสของยุค Wireless หรือเทคโนโลยีไร้สายที่กำลังเติบโตอย่างเงียบเชียบแต่ทรงพลัง การรวมตัวกันของ IoT, 5G และ RFID ช่วยปลดล็อกทุกอย่างจากการเชื่อมต่อด้วยสายแบบเดิมๆ การปฏิวัตินี้สร้างข้อมูลมหาศาลและเปลี่ยนวิธีบริหารจัดการสินทรัพย์ไปอย่างสิ้นเชิง เหมือนที่อินเทอร์เน็ตเคยเปลี่ยนโลกในยุค 90 ข้อความสำคัญจากงานนี้คือ เวียดนามมีเวลาเพียงแค่ 5 ปีเท่านั้นที่จะคว้าโอกาสนี้ไว้ ถ้าเราไม่รีบเป็นเจ้าของเทคโนโลยีและสร้างมูลค่าเพิ่มเอง เราก็จะต้องติดกับดักรายได้ปานกลางและเป็นได้แค่โรงงานรับจ้างผลิตราคาถูกตลอดไป
จากปัญหาในคลังยา สู่การสร้างระบบนิเวศเทคโนโลยี
เบื้องหลังความสำเร็จของ Wireless Vietnam 2026 คือการเดินทางที่เต็มไปด้วยอุปสรรคของทีม Nextwaves บริษัทนี้เริ่มก่อตั้งเมื่อเดือนกันยายน 2023 โดยเน้นทำเสาอากาศ 4G/5G และเครื่องวัดสัญญาณ จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในเดือนมิถุนายน 2024 เมื่อพวกเขาต้องแก้โจทย์ยากในการจัดการคลังยาที่มีสินค้าหมุนเวียนถึง 10 ล้านชิ้นต่อเดือน แม้จะใช้ QR Code แล้ว แต่การเช็กสต็อกด้วยมือก็ยังล่าช้า ผิดพลาดบ่อย และทำให้ส่งของไม่ทันในแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ
แรงกดดันนี้ทำให้ทีม R&D นำโดย ดร.เหงียน จ่อง เหงีย ผู้ที่ลาออกจากการสอนหนังสือในออสเตรเลียเพื่อกลับมาทำงานที่นี่เต็มตัว เริ่มตระหนักว่าระบบ RFID ทั้งหมด ตั้งแต่ตัวอ่าน เสาอากาศ ไปจนถึงซอฟต์แวร์ เวียดนามสามารถผลิตเองได้ หลังจากถอดรหัสและออกแบบระบบได้สำเร็จ Nextwaves จึงเปลี่ยนจากผู้ติดตั้งระบบ กลายเป็นผู้ผลิตอุปกรณ์ (OEM) อย่างเต็มตัว
Nextwaves Hyperion: เมื่อฮาร์ดแวร์มาเจอกับ AI
คุณแทง บิ่ง ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์ของ Nextwaves ชี้ให้เห็นว่าอุปสรรคใหญ่ที่สุดในรอบสิบปีคือ เทคโนโลยีที่กระจัดกระจาย ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์คุยกันไม่รู้เรื่อง เขาเน้นย้ำว่าฮาร์ดแวร์ที่แรงแค่ไหนก็เป็นเพียงแค่ร่างกาย แต่ซอฟต์แวร์ต่างหากที่เป็นจิตวิญญาณที่ทำให้ระบบมีชีวิตและสร้างมูลค่าทางธุรกิจได้จริง
เพื่อแก้ปัญหานี้ Nextwaves จึงเปิดตัว Hyperion Flex SDK ที่ช่วยให้เหล่านักพัฒนาทำงานง่ายขึ้น ไม่ต้องเสียเวลาติดตั้ง driver นานเป็นสัปดาห์ เพราะใช้ WebSerial API ที่เชื่อมต่ออุปกรณ์เข้ากับเว็บเบราว์เซอร์ได้โดยตรง ด้วยแนวคิด "เขียนครั้งเดียว ใช้ได้ทุกที่" ทำให้การเชื่อมต่อระบบที่เคยยุ่งยากเหลือเพียงไม่กี่ชั่วโมง วิศวกรจึงเอาเวลาไปโฟกัสกับงานวางแผนธุรกิจได้มากขึ้น
นอกจากนี้ยังมีแพลตฟอร์ม Hyper Cloud & AI ที่มาในรูปแบบ SaaS ช่วยให้ธุรกิจขนาดกลางและเล็กเข้าถึงระบบจัดการคลังสินค้าที่ทรงพลังได้โดยไม่ต้องลงทุนเซิร์ฟเวอร์ราคาแพง จุดเด่นคือระบบนี้ใจกว้างมาก สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เก่าของยี่ห้ออื่นได้ทันที ไม่บังคับให้ลูกค้าต้องทิ้งของเก่าเพื่อซื้อใหม่ทั้งหมด
หัวใจสำคัญคือสมองกล AI ที่ทำหน้าที่เหมือนผู้ตรวจสอบบัญชีเสมือนจริง คอยสแกนข้อมูลแบบเรียลไทม์เพื่อหาความผิดปกติ เช่น สินค้าที่มีชื่อในระบบแต่ไม่มีตัวตนจริงในโกดัง หรือสินค้าที่วางผิดที่ผิดทาง ระบบยังวิเคราะห์พฤติกรรมการเคลื่อนย้ายที่น่าสงสัย และแจ้งเตือนความปลอดภัยทันทีเพื่อป้องกันทรัพย์สินสูญหายตั้งแต่เนิ่นๆ
พลังของฮาร์ดแวร์และการแก้ปัญหาความปลอดภัยในร้านค้า
ในส่วนของฮาร์ดแวร์ สินค้าตระกูล Hyperion มาพร้อมสเปกที่ทนทานระดับอุตสาหกรรม โดยเฉพาะ Hyperion Handheld Scanner ที่แก้ปัญหาจุดบอดของสัญญาณวิทยุได้ขาดลอย ในขณะที่เครื่องทั่วไปในตลาดมีข้อจำกัดเรื่องเสาอากาศ แต่ Nextwaves ใช้เสาอากาศกำลังสูงคู่กับชิปประมวลผลที่แรงกว่าเดิม ทำให้สแกนทะลุสิ่งกีดขวางหนาๆ ได้จากระยะไกล ช่วยให้พนักงานเช็กสต็อกได้แม่นยำโดยไม่ต้องเดินเยอะ แถมยังกันน้ำ กันฝุ่น และแบตเตอรี่อึดพอสำหรับทำงานต่อเนื่องทั้งวัน
Nextwaves สานต่อแนวคิดการทำงานที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง ด้วยการเปิดตัว Hyperion Compact Reader ที่สร้างความเซอร์ไพรส์ให้วงการ ลบภาพจำเดิมๆ ที่ว่าอุปกรณ์อุตสาหกรรมต้องใหญ่เทอะทะ เพราะ Reader รุ่นนี้มีขนาดเล็กพอๆ กับกล่องนามบัตร ดีไซน์กลมกลืนไปกับพื้นที่ใช้งาน จุดเด่นอยู่ที่เทคโนโลยี True Near-Field ที่สร้างสนามแม่เหล็กในระยะ 10 ซม. ช่วยแก้ปัญหาคลื่นรบกวนระหว่างห้องลองเสื้อที่อยู่ติดกันได้อย่างเด็ดขาด หรือจะใช้ในสายการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่มีความหนาแน่นสูง ก็สามารถตรวจเช็คแต่ละขั้นตอนได้อย่างแม่นยำโดยไม่ต้องกังวลว่าสัญญาณจะไปรบกวน tag ตัวอื่น
นอกจากนี้ ยังมีโซลูชันที่กล้าหาญในการแก้ปัญหาความปลอดภัยของร้านค้าปลีก ซึ่งเป็นช่องโหว่ที่หลายคนมองข้าม คุณ Thanh Binh ชี้ให้เห็นตรงๆ ว่าประตูรักษาความปลอดภัยขนาดใหญ่มักจะจัดการกับของชิ้นเล็กๆ ไม่ได้ เพราะปกติแล้วประตู RFID ทั่วไปจะเน้นรับสัญญาณในวงกว้าง แต่สำหรับสินค้ามูลค่าสูงที่มีขนาดจิ๋วอย่างเครื่องประดับ เครื่องสำอาง หรืออุปกรณ์เสริมไอที สัญญาณจากตัว Tag มักจะเบามาก Nextwaves Hyperion Security Verifier จึงถูกสร้างมาให้มีความไวของเสาอากาศสูงกว่า Reader ทั่วไปถึง 3 เท่า ปรับจูนมาเป็นพิเศษเพื่อดักจับสัญญาณที่แผ่วเบาที่สุดของ Micro-tag ต่อไปนี้ถ้าประตูใหญ่พลาดหรือแจ้งเตือนไม่ชัดเจน เจ้าหน้าที่แค่ใช้เครื่องนี้สแกนเบาๆ นอกกระเป๋าก็จะรู้ตำแหน่งของที่ผิดปกติได้ทันที เปลี่ยนระบบรักษาความปลอดภัยจากตาข่ายห่างๆ ให้กลายเป็นเครื่องตรวจจับที่เฉียบคม มั่นใจได้ว่าไม่มีลิปสติกหรืออัญมณีชิ้นไหนจะหลุดออกจากร้านไปโดยไม่จ่ายเงิน โดยที่ยังคงให้เกียรติและรักษาบรรยากาศที่ดีกับลูกค้าไว้ได้
ส่วนประสบการณ์ลูกค้าที่เหนือชั้นนั้นเห็นได้ชัดจาก Self-Checkout Kiosk แทนที่จะต้องมานั่งสแกนบาร์โค้ดทีละชิ้น เครื่องนี้ใช้เทคโนโลยีอ่านข้อมูลแบบกลุ่มได้ทันที รู้เลยว่าในตะกร้ามีอะไรบ้างในพริบตา Nextwaves แก้ปัญหาคลื่นรบกวนด้วยการจำกัดขอบเขตการอ่านให้อยู่เฉพาะภายในเครื่องเท่านั้นเพื่อให้แม่นยำที่สุด ตัวเครื่องมาพร้อมดีไซน์งานไม้และหน้าจอสัมผัสความละเอียดสูง ทำให้เครื่องนี้ไม่ใช่แค่เครื่องจ่ายเงิน แต่เป็นเฟอร์นิเจอร์สุดหรูที่ช่วยยกระดับภาพลักษณ์ให้กับร้านค้า
วัตถุดิบที่ควบคุมเองและพาสปอร์ตสีเขียวสู่ตลาดโลก
Nextwaves ไม่ได้หยุดแค่การผลิตอุปกรณ์ แต่ยังยืนหยัดในฐานะผู้ผลิตต้นน้ำที่นำเข้าวัตถุดิบจากพาร์ทเนอร์ชั้นนำมาแปรรูปและประกอบเองทุกรายละเอียดในเวียดนาม การคุมกระบวนการนี้ทำให้สร้างผลิตภัณฑ์เฉพาะทางได้ เช่น Tag แบบพับที่ยืดหยุ่นสำหรับขวดหยอดตา หรือ Tag เครื่องประดับที่แยกชิปออกจากโลหะ เพื่อแก้ปัญหาทางฟิสิกส์ที่สินค้าผลิตจำนวนมากทั่วไปทำไม่ได้
ในช่วงการพูดคุยเรื่องกลยุทธ์การบุกตลาดโลก คุณ Pham Van Quan ผู้อำนวยการ Checkee Technology ได้ขึ้นมาแบ่งปันประสบการณ์ด้วยท่าทีที่สุขุม เขาเล่าเรื่อง Product Digital Passport หรือ DPP ในวันที่ยุโรปเริ่มตั้งกำแพงภาษีและกฎเกณฑ์ทางเทคนิคที่เข้มงวด เขาเน้นย้ำว่า EU ไม่ได้ต้องการแค่ของดี แต่ต้องมีความโปร่งใสของที่มาที่ไป ตั้งแต่วัตถุดิบจนถึงการปล่อยคาร์บอน ความร่วมมือระหว่าง Nextwaves และ Checkee คือกุญแจสำคัญ โดยการรวมข้อมูล RFID เข้ากับระบบตรวจสอบย้อนกลับของ Checkee ทำให้สินค้าเวียดนามทุกชิ้นมีโปรไฟล์ดิจิทัลที่สมบูรณ์ คุณ Quan ยืนยันว่านี่ไม่ใช่แค่สติกเกอร์ติดสินค้า แต่มันคือใบรับรองดิจิทัลที่ช่วยให้สินค้าเวียดนามผ่านด่านศุลกากรระหว่างประเทศได้เร็วขึ้น ลบภาพจำสินค้าราคาถูก และแสดงถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาที่ยั่งยืน
ความทะเยอทะยานในการคุมเทคโนโลยีหลักและคำสัญญาจากผู้นำ
เมื่อเสียงปรบมือสำหรับสินค้าใหม่เริ่มซาลง ดร. Nguyen Trong Nghia ผู้อำนวยการฝ่ายเทคโนโลยีของ Nextwaves ก็ก้าวขึ้นบนเวที เขาไม่ได้มาพร้อมกับตัวเลขที่แห้งแล้ง แต่มาพร้อมเรื่องราวที่เต็มไปด้วยอารมณ์ของการเดินทางที่โดดเดี่ยวแต่ภาคภูมิใจของวิศวกรเวียดนาม ในฐานะหัวใจสำคัญทางเทคนิคและผู้ที่วางรากฐานแรกให้กับระบบนิเวศนี้ ดร. Nghia ได้ร่างวิสัยทัศน์ปี 2030 ด้วยปรัชญาที่หนักแน่นคือ การเป็นเจ้าของเทคโนโลยีหลัก (Mastering the Core)
เขาแชร์ว่า Nextwaves จะไม่ยอมหยุดอยู่แค่บทบาทผู้รับจ้างประกอบ เพราะการประกอบไปเรื่อยๆ ก็เป็นได้แค่การยืมจมูกคนอื่นหายใจ ความปรารถนาสูงสุดของเขาและทีมงานคือการดำดิ่งลงไปให้สุดสายของห่วงโซ่คุณค่า ที่ซึ่งภูมิปัญญาของคนเวียดนามจะถูกกลั่นกรองออกมาในทุกลายเส้นของเสาอากาศ ทุกสูตรของวัสดุ และยิ่งไปกว่านั้นคือการผลิตชิป RFID ที่เป็นลิขสิทธิ์ของคนเวียดนามเอง นี่คือเส้นทางที่ขรุขระที่สุด แต่ก็เป็นทางเดียวที่มีเกียรติพอจะพาประเทศหลุดพ้นจากคำว่าโรงงานรับจ้างผลิต และก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมอย่างมั่นคง
งาน Wireless Vietnam 2026 จบลงแล้ว แต่สิ่งที่ทิ้งไว้คือจุดเริ่มต้นของความมุ่งมั่นที่ยั่งยืน นี่คือคำสัญญาของ Nextwaves ที่จะเดินเคียงข้างกับภาคธุรกิจในก้าวสำคัญทางประวัติศาสตร์นี้ เราเชื่อว่าด้วยการเตรียมตัวทั้งทางความคิดและวิสัยทัศน์ที่เฉียบคม ปี 2026 จะเป็นหมุดหมายสำคัญที่ Nextwaves และพันธมิตรจะสร้างปรากฏการณ์ใหม่ เพื่อเปิดยุคสมัยแห่งความมั่งคั่งและยั่งยืนไปด้วยกัน





