เจาะลึกเบื้องหลัง: ปลดล็อก Agentic Commerce ด้วย Universal Commerce Protocol (UCP) และ AI

Nextwaves Team··1 นาทีในการอ่าน
เจาะลึกเบื้องหลัง: ปลดล็อก Agentic Commerce ด้วย Universal Commerce Protocol (UCP) และ AI

เมื่อวงการค้าปลีกกำลังก้าวเข้าสู่โลกอัตโนมัติ การรวมตัวกันของเทคโนโลยี AI จาก Google และโครงสร้างที่เป็นมาตรฐานกำลังปลดล็อกศักยภาพที่แท้จริงของ Agentic Commerce ในบทความนี้ เราจะมาดูเบื้องหลังการทำงานของ Universal Commerce Protocol (UCP) ว่าทำงานร่วมกับ Model Context Protocol (MCP) อย่างไร เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยให้เอเจนท์อัจฉริยะทำรายการซื้อขายที่ซับซ้อนได้อย่างราบรื่น มาร่วมเจาะลึกกลไกของเทคโนโลยีเหล่านี้และดูบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจอัตโนมัติยุคใหม่ไปพร้อมกัน

รุ่งอรุณของ Agentic Commerce

จากการเลือกซื้อด้วยตัวเอง สู่การสั่งการด้วย AI

Agentic Commerce คือการเปลี่ยนผ่านจากการช้อปปิ้งออนไลน์แบบเดิม มาเป็นการจัดซื้อแบบอัตโนมัติ ปกติคนเราจะไล่ดูหน้าเว็บเพื่อหาสินค้า แต่ AI เอเจนท์จะใช้ตรรกะในการสั่งซื้อแทน คุณแค่บอกความต้องการในการซื้อให้เอเจนท์ซอฟต์แวร์รับไปจัดการ จากนั้นเอเจนท์จะทำหน้าที่หาตัวเลือกที่ดีที่สุด เจรจาเงื่อนไข และปิดการขายให้เสร็จสรรว รูปแบบนี้ช่วยลดขั้นตอนที่ยุ่งยากในการซื้อ และเน้นการใช้ข้อมูลที่มีโครงสร้างชัดเจนมากกว่าความสวยงามของหน้าเว็บ

โครงสร้างพื้นฐานของอีคอมเมิร์ซในปัจจุบันยังเป็นอุปสรรคต่อประสิทธิภาพนี้ เพราะเว็บไซต์ส่วนใหญ่เน้นการแสดงผล HTML ให้คนดู ซึ่งข้อมูลที่ไม่มีโครงสร้างเหล่านี้ทำให้ซอฟต์แวร์เอเจนท์สับสน การพยายามอ่านข้อมูลจากเลย์เอาต์หน้าเว็บมักนำไปสู่ความผิดพลาด เอเจนท์ต้องการค่าที่ชัดเจนสำหรับราคา สถานะสินค้า และสเปกต่างๆ พวกเขาจะทำงานไม่ได้เลยหากเจอข้อมูลสต็อกที่ไม่ชัดเจนหรือค่าขนส่งที่ซ่อนอยู่

ปัญหาความซับซ้อนของการเชื่อมต่อ

หากไม่มีโปรโตคอลมาตรฐาน นักพัฒนาต้องเจอกับความท้าทายในการเชื่อมต่อแบบ "N x N" เพราะทุกแพลตฟอร์มการค้าใช้ API ที่ไม่เหมือนกัน การเชื่อมต่อ AI เอเจนท์เข้ากับ Shopify ต้องทำแบบหนึ่ง พอจะเชื่อมกับ Walmart ก็ต้องทำอีกแบบ การขยายระบบให้รองรับร้านค้าและเอเจนท์นับพันรูปแบบจึงเป็นไปไม่ได้เลย ความกระจัดกระจายนี้ทำลายความน่าเชื่อถือของการช้อปปิ้งแบบอัตโนมัติ

ข้อจำกัดในการเชื่อมต่อ
แชร์บทความนี้

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?